สพฐ. มอบแนวทางการจัดสรรเก้าอี้ต่อห้องเรียน ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงศึกษาธิการ

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ห้องประชุม 1 กระทรวงศึกษาธิการ นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) เป็นกรรมการและเลขานุการ ในการประชุมวาระเร่งด่วน เรื่องการขอยกเว้นการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียนของ สพฐ.ปี 2561 ประเด็นการรับนักเรียนไม่เกิน 40 คนต่อห้อง
เลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถึงเรื่องการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 โดยมีมติ 3 ข้อ 1. สพฐ. ได้เสนอขอความเห็นชอบในการยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบของการรับนักเรียนปีการศึกษา 2561 คือเปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติได้ ให้เสนอต่อคณะกรรมการการสถานศึกษาเพื่อหาแนวทางในการยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการขยายห้องเรียน หรือเพิ่มนักเรียนต่อห้องเรียน และต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการรับนักเรียนของเขตพื้นที่การศึกษา จึงจะเป็นที่สิ้นสุดว่าจะมีการปรับยืดหยุ่นอย่างไร 2. จากแนวทางที่ยกเว้นและยืดหยุ่นการปฏิบัติ ให้รวมถึงโรงเรียนแข่งขันสูง และโรงเรียนทั่วไปด้วย เนื่องจากว่าจำนวนนักเรียนที่ล้นจากโรงเรียนแข่งขันสูงอาจจะมีความจำเป็นต้องไปโรงเรียนที่ใกล้เคียง และหากโรงเรียนใกล้เคียงรองรับแล้วยังคงมีจำนวนนักเรียนที่เกินตามแผนก็สามารถยืดหยุ่นขอปรับแผนได้ 3. การกำหนดจำนวนนักเรียนให้คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยในห้องเรียนด้วยว่าควรจะมีจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ไม่เกิน 50 คน ต่อ ห้องเรียน
สำหรับการรับนักเรียนในปีการศึกษา 2562 – 2563 ยังคงมีนักเรียนเก่าอยู่ ก็สามารถปรับตามแผนนี้ต่อไปได้ ทั้งนี้ควรปรับนักเรียนให้เหมาะสมก็จะทำให้เกิดคุณภาพในการดูแล และการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง การเคลื่อนย้ายประชากรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเจริญทางด้านคมนาคม ก็ต้องมาทบทวนว่าประชากรที่มีการเคลื่อนย้ายในเขตกรุงเทพมหานคร และว่างแผนการตั้งโรงเรียนเพิ่มขึ้น หรือโรงเรียนที่มีอยู่แล้วจะต้องวางแผนล่วงหน้าว่าจะมีการเพิ่มอาคารเรียนที่สูงขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือในการวิเคราะห์ร่วมกันหลายหน่วยงานทั้งเรื่องของจำนวนประชากร และแผนการขยายเมืองออกไปสู่ชาญเมืองของประเทศ ฉะนั้นโรงเรียนประถมที่เรามีอยู่ขณะนี้หรือแม้แต่ยุบไปก็จะต้องพิจารณาให้ดีว่าจะสงวนพื้นที่โรงเรียนไว้เพื่อการขยายต่อหรือไม่ ประการต่อมาก็เป็นที่ทราบกันดีว่าประชาชนต้องการบริการที่ดีที่สุดคือโรงเรียนที่มีคุณภาพ ดังนั้นที่ประชุม กพฐ. จึงมีข้อเสนอว่าให้ สพฐ.ทำโรงเรียนคู่พัฒนาให้เร็ว คือการใช้โรงเรียนแข่งขันสูง ไปเป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาโรงเรียนทั่วไป ซึ่งตรงกับแนวทางการพัฒนาคุณภาพของ สพฐ. โดยใช้วิธีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด Benchmark คือการไปเปรียบเทียบโรงเรียน โดยให้ทุกโรงเรียนรับการพัฒนาโรงเรียนอย่างน้อย 1 ต่อ 1 โดย สพฐ. ได้กันงบประมาณไว้สำหรับการพัฒนาโรงเรียนคู่ เพื่อให้สามารถดำเนินการพัฒนาได้ทันที สิ่งสำคัญที่สุดของการไปทำโรงเรียนคู่พัฒนานั้น นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาโรงเรียนคู่ว่าไม่อยากเห็นการไปขยายชื่อโรงเรียนดังให้มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากต้องคงชื่อโรงเรียนดังไว้และพัฒนาโรงเรียนใหม่ขึ้นมา ซึ่งต้องตั้งทีมงานมาคิดวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด เพื่อการแก้ปัญหาได้ผลในระยะยาว
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ให้การรับนักเรียนชั้น ม.1 มีจำนวน 40 คนต่อห้องเรียน นักเรียนชั้น ม.4 รับจำนวนไม่เกิน 50 คน ต่อห้องเรียน ดังนั้นแล้วระเบียบและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียนก็ยังคงอยู่ แต่ให้มีการบริหารที่ประชาชนไม่เดือนร้อน และโรงเรียนมีโอกาสในการวางแผน ทั้งด้านจำนวนนักเรียน ห้องเรียน อาคารเรียน ให้เหมาะสมกับจำนวนนักเรียน และการบริการประชาชนต่อไป

หยก ปชส.ข่าว/วุฒิภทร ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s