เลขาธิการ กพฐ.ร่วมกิจกรรม สานต่อโครงการ CONNEXT ED

ดร. บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) ร่วมกิจกรรม สานต่อโครงการ CONNEXT EDครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในฐานะหัวหน้าทีมภาครัฐ โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนการประชุมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมคือ ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และผู้บริหารระดับสูงจาก 12 องค์กรเอกชนใหญ่ระดับประเทศ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ กลุ่มเซ็นทรัล บมจ.ซีพี ออลล์ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร กลุ่มมิตรผล บมจ.ปตท. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ บมจ.ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป และบมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น
ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสานต่อพลังความร่วมมือ พร้อมประกาศขอบคุณ 711 ผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) จากทุกองค์กรเอกชนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการในปีแรก จนสามารถจุดประกายสร้างการเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาไทยสู่ยุดดิจิทัล ในโรงเรียนประชารัฐทั้ง 3,351 แห่ง ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ตอบโจทย์ตาม 10 ยุทธศาสตร์หลักชองโครงสร้างในการขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางสานพลังประชารัฐ ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำให้นักเรียนได้เข้าถึงไอซีทีและสื่อมัลติมีเดียใน 39,829 ห้องเรียนอัจฉริยะ การพัฒนาคุณภาพคนโดยสร้างเด็กดีและเด็กเก่ง 749,349 คน ปั้นคุณตรูมืออาชีพ 36,397 คน เสริมแกร่งผู้อำนวยการ 3,351 โรงเรียนประชารัฐ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านกลไกการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่เหล่าผู้นำรุ่นใหม่ ซึ่งผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงร่วมกับสถานศึกษาและชุมชนในแต่ละพื้นที่โรงเรียนประชารัฐ 3,351 ทั่วประเทศ ผ่านการสนับสนุนงบประมาณจากภาคเอกชน รวม 312,621,993 บาท พร้อมกำหนดตัวชี้วัดระดับสากล เพื่อรองรับการประเมินและวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์โรงเรียน ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพอย่างชัดเจน ตั้งเป้าขยายบทบาทความร่วมมือไปยังองค์กรเอกชนอื่นๆ ในปีต่อไป
รมว.ศธ. กล่าวว่า โครงการสานพลังประชารัฐด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้คณะทำงานสานพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ ภาคเอกชน 12 องค์กร และภาคประชาสังคม โดยการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสิ่งที่เราร่วมกันทำในตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลในทันที แต่ในอนาคตข้างหน้าการปฏิรูปการศึกษาด้วยความร่วมมือของประชารัฐในครั้งนี้จะคงอยู่อย่างยั่งยืน สำหรับการปฏิรูปการศึกษานั้น หากทำการศึกษาจริง ๆ จะพบว่าการปฏิรูปมี 3 ระดับ คือ “เร็ว-กลาง-ช้า” กล่าวคือ การปฏิรูปที่จะเห็นผลอย่างเร็วที่สุดจะใช้เวลาประมาณ 10 ปี ถ้าเห็นผลในระดับกลางจะใช้เวลาประมาณ 20 ปี และหากเห็นผลอย่างช้าจะใช้เวลาประมาณ 30 ปี เช่นเดียวกับประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ดังนั้น เราต้องย้อนกลับไปดูว่าเมื่อประมาณ 10-15 ปีที่แล้ว ประเทศเหล่านี้ได้ทำอะไรที่ทำให้การปฏิรูปการศึกษาจนกระทั่งประสบผลสำเร็จในทุกวันนี้
“ขอบคุณ 12 บริษัทที่เข้ามาทุ่มทรัพยากรเพื่อร่วมปฏิรูปร่วมกัน และด้วยองค์ประกอบดังกล่าวนี้ มั่นใจว่าในอนาคตจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีแน่นอน เปรียบเสมือนเข็มชั่วโมงบนนาฬิกาที่เดินได้ เพราะเข็มวินาทีมุ่งหน้าเดินไปอย่างไม่หยุดหย่อน และทุกคนในวันนี้ก็คือฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนการปฏิรูปร่วมกันเพื่อให้เกิดภาพความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จึงขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยกันทำงานเพื่อลูกหลานของเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วองค์กรของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมสามารถอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องเข้ามาช่วยภาครัฐก็ได้ แต่ทั้ง 12 องค์กรภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมีใจที่จะเข้ามาช่วย ด้วยการทุ่มทรัพยากรทั้งคนและงบประมาณ จึงขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะในที่สุดแล้วประโยชน์ที่เกิดจากโครงการนี้จะส่งผลต่อลูกหลานเราในอนาคต และทำให้ภาคเอกชนได้คนที่มีคุณภาพเข้าไปทำงานอีกด้วย”รมว.ศธ. กล่าว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s